วิธีคำนวณแคลอรี่ ตัวปัญหาสำหรับสำหรับหญิงชายทุกคน ที่อยากผอม

ปัญหาในการลดน้ำหนักถือเป็นสิ่งที่อยากมากที่สุด หากเราไม่ใส่ใจในเรื่องของ แคลอรี่ ก็นับว่าเป็นอะไรที่ยากมากจริงๆ ที่จะเข้าสู่ร่างกายที่ผอมเพรียวได้ ซึ่งหากเรากินน้อยเกินไปก็อาจเป็นผลเสีย กินเยอะก็ทำให้เราอ้วนได้เหมือนกัน โดยต้องคำนวณแคลอรี่ให้ถูกต้อง ถ้าวันหนึ่งเรามีการใช้แรงงานหรือหมดไปกับการออกกำลังกายก็ต้องกินให้มากขึ้นเพื่อช่วยในการเผาพลาญไขมันออกไป แต่แท้จริงแล้วทุกคนอยากมีหุ่นดีต้องออกกำลังกายผสมไปด้วย

แล้วมีวิธีการคำนวณแคลอรี่ของตัวบุคคลยังไง

จุดนี้มีคนให้ความสงสัยว่าร่างกายแต่ละคนกินคำนวณแคลอรี่ก็เท่ากันแต่ทำไมเขาไม่อ้วนเลย ทั้งที่เพื่อนกับเราก็กินพร้อมกันเวลาเดียวกัน แต่ปัจจัยหลักสำคัญอาจอยู่ที่ความสูงด้วย และระบบย่อยอาหารดีอันนี้กินเท่าไรก็อาจอ้วนยากมาก

โดยหลักการคำนวณต่อไปนี้ก็จะเป็น 25-35 แคลอรี่ ตีเท่ากับประมาณ 1 กิโลกรัมของน้ำหนักตัว ถ้าส่วนใหญ่ร่างกายต่อวันของผู้ชายอย่าให้เกินประมาณ 1800 แคลอรี่ ของผู้หญิงอย่าให้เกิน 1350 แคลอรี่ แต่หากเรากินเกินไปกว่านี้มันก็จะเข้าสู่การเป็นไขมันส่วนเกินแทนแล้วมันก็อาจทำให้เราอ้วนได้ในที่สุด

ตัวอย่างอาหารแคลอรี่ศัตรูตัวร้ายประจำวันในอาหารจานเดียว

โดยในแต่ละวันหลายคนอาจไม่รู้ว่าอาหารในหนึ่งจานหลักที่ชื่นชอบกินมีจำนวนกี่แคลอรี่ โดยได้นำอาหารที่มีขายตามท้องตลาดมาให้ได้ดูเพื่อจะได้รู้ว่าเราควรกินอะไรดี แต่บอกเลยว่าอาหารสุดโปรดของคุณในทุกวันหากรู้แคลอรี่ที่กินไปอาจถอยได้เลย

1. ข้าวหมูกระเทียม 520 แคลอรี่
2. ข้าวหมูแดง 560 แคลอรี่
3. ข้าวมันไก่ 585 แคลอรี่
4. หอยทอด 605 แคลอรี่
5. ข้าวกระเพราหมู ไข่ดาว 650 แคลอรี่
6. ข้าวขาหมู 690 แคลอรี่
7. ผัดซีอิ๋วเส้นใหญ่ แคลอรี่
8. ข้าวผัดคะน้าหมูกรอบ 620 กิโลแคลอรี่
9. ก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่ลูกชิ้นเนื้อน้ำ 226 กิโลแคลอรี่
10. ขนมจีนน้ำยา 332 กิโลแคลอรี่