กีฬายกน้ำหนัก ประวัติความเป็นมาเกิดขึ้นได้อย่างไร

กีฬายกน้ำหนัก อาจเป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่ในอดีตโบราณ เพราะคนสมัยก่อนนับว่ามีร่างกายแข็งกำยำเป็นอย่างมาก การแข่งขันของคนยุคโน้นก็ถือเป็นอะไรทีแปลกๆ ซึ่งไม่ได้วัดผลแพ้ชนะจากการต่อสู้ชกต่อย เช่น การยกหิน การแบกทราย แบกวัว เป็นต้น แล้วที่สำคัญบางพื้นที่หากอยากแต่งงานกับลูกสาวบ้านใด อาจต้องอุ้มยกน้ำหนักเจ้าสาวให้ได้นานในเวลาที่กำหนด ซึ่งหากทำไม่ได้ก็อดแต่ง ซึ่งมันก็ทำให้ผู้ชายหลายคนในยุคนั้นต้องมั่นฝากซ้อมยกอุ้มผู้หญิงให้ได้ก่อนวันแต่งงานจริง

กีฬาชนิดนี้ได้ถูกจัดเข้าแข่งขันเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทาง โอลิมปิก เมื่อ พ.ศ. 2439 ประเทศกรีซ เมืองกรุงเอเธนส์ โดยช่วงนั้นได้มีการแจกเหรียญเพียงแค่ 2 เหรียญทองแดง ซึ่งไม่ได้มีเหรียญอย่าง เหรียญทอง และ เหรียญเงิน จึงทำให้การแข่งขัน กีฬายกน้ำหนัก มีความเข้มข้นแข่งขันสูงกันมาก

การ กีฬายกน้ำหนัก มีกี่ท่า ในยุคของโอลิมปิก

Sopita-thailand

FIHC. (Federation International High Committee) สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ ได้คิดค้นท่ายกน้ำหนัก เมื่อ 28 มีนาคม พ.ศ. 2434 เกิดขึ้นครั้งแรก ลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมีทั้งหมด 2 ท่า
1. ท่าเจอร์ค มือเดียว
2. ท่าเจอร์ค สองมือ

แต่ต่อมาได้ก็เพิ่มท่า ยกน้ำหนักเข้าไปอีกเพื่อให้ได้รวมกันเป็น 4 ท่า
1. ท่าคลีนแอนด์เจอร์คมือเดียว
2. ท่าสแนทช์มือเดียว
3. ท่าสแนทช์สองมือ
4. ท่าคลีนแอนด์เจอร์คสองมือ

พอมาในปีของ พ.ศ. 2471 ก็ได้ลดจำนวนท่ายกน้ำหนักลงมาอีก แล้วเปลี่ยนให้เหลือเป็นสองมือ เป็น 3 ท่าดังนี้
1. ท่าสแนทช์สองมือ
2. ท่าเพรสสองมือ
3. ท่าคลีนแอนด์เจอร์คสองมือ

แล้วการแข่งขันโอลิมปิก ครั้งที่ 20 ประเทศเยอรมัน พ.ศ. 2515 ก็ได้มีการปรับ ท่ายกน้ำหนัก ซึ่งการปรับเปลี่ยนครั้งนี้เป็นเพราะว่า เพื่อให้การตัดสินเป็นไปอย่างยุติธรรมมากขึ้น โดยเหลือเอาไว้เพียงแค่ 2 ท่าดังนี้
1.ท่าคลีนแอนด์เจอร์คสองมือ
2. ท่าสแนทช์สองมือ

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม กีฬายกน้ำหนัก ก็ยังถือเป็นกีฬาที่ให้ความสนุกน่าลุ้นมากสำหรับผู้ชม เพราะได้เห็นหุ่นของนักกีฬาแต่ละคน ได้มายกน้ำหนักแข่งขันกัน โดยมีแรงกดดันอยู่ที่น้ำหนักซึ่งมันจะถูกเพิ่มแล้วให้เราพร้อมสถิติอยู่เรื่อยๆ ในการแข่งขัน ซึ่งหากคนหนึ่งยกน้ำหนักเท่านี้ได้ ผู้แข่งขันคนต่อไปก็จะโดนแรงกดดันแล้วต้องทำสถิติยกน้ำหนักมากขึ้นตามไปด้วย เป็นการผลัดกันรุกรับที่สนุกเลย ซึ่งในเวลานี้ผู้ทำสถิติยกน้ำหนักแบบไม่งอเข่าอยู่ที่ 501 กิโลกรัม โดย บียอร์นสัน